เคยสงสัยไหมว่าทำความเป็นมาของ “คาบาเร่” เป็นอย่างไร ทำไมไทยถึงได้มีชื่อเสียงในด้านนี้นัก แล้วใครเป็นต้นกำเนิดสิ่งเหล่านี้กันแน่ วันนี้เราจะมาตอบคำถามที่เพื่อนๆคาใจกันแบบหมดเปลือก ซึ่งจะเล่ากันถึงตั้งแต่จุดกำเนิดของคาบาเร่ ไปจนถึงความนิยมในการแสดงคาบาเร่ของไทย ในขณะหลายคนคิดว่าคาบาเร่ต์อยู่ร่วมกับวัฒนธรรมของชาวอเมริกันมาตั้งแต่ปี 1970 แต่การแสดงนี้กลับมีความเก่าแก่กว่าร้อยปี ในประเทศฝรั่งเศสคำว่า “คาบาเร่ต์” เริ่มแรกใช้สำหรับเรียกว่าธุรกิจที่ให้บริการสุรา

อย่างไรก็ตามในได้กล่าวไว้ว่าประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมของคาบาเร่ต์เริ่มต้นขึ้นในปี 1881 ด้วยการเปิดตัวของร้าน Le Chat Noir ใน ปารีส มันเป็นบาร์เหล้าที่มีเหล่ากวี ศิลปิน และนักแต่งเพลงมาแบ่งปันความคิดและผลงานการแต่งเพลงกันได้อย่างอิสระ ผู้คนเหล่านี้จะเอาการแสดงใหม่ที่คิดมาทดสอบแสดงบนเวทีของร้าน แลกกับค่าเครื่องดื่มเพียงน้อยนิด ในขณะที่เจ้าของร้านก็ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ด้วยการมอบความบันเทิงให้กับลูกค้าภายในร้าน

นอกจากนี้ที้ร้าน Le Chat Noir ยังเป็นสถานที่ดึงดูดบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Maupassant และ Debussy ไม่นานร้านประเภทคาบาเร่ก็เริ่มพุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเต็มปารีส ในช่วงปี 1900 แถมยังมีร้านที่นำไอเดียเหล่านี้มาเพิ่มเป็นการแสดงโชว์สำหรับโรงแรมเช่นในเยอรมัน หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 คาบาเร่ก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วยุโรปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเยอรมันซึ่งได้ยุติการแบนทุกรูปแบบ พร้อมกับสนับสนุนการแสดงอย่างเต็มที่ ทำให้ประชาชนหันมาสนใจคาบาเร่มากกว่าที่เคยในอดีต

คาบาเร่ของประเทศไทย

ประเทศไทยถือเป็นแหล่ง “คาบาเร่” ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ในฐานะที่มีสาวประเภทสองเป็นนักแสดงเกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นที่ถูกใจและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อสายตาชาวโลกเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยที่เดินมามาเพื่อชมคาบาเร่ที่ไทยโดยเฉพาะ สร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศมากกว่าหลายพันล้านบาทแถมยังช่วยสร้างอาชีพความมั่นคงให้กับสาวประเภทสองอีกด้วย

จุดเริ่มต้นของคาบาเร่ของไทยนั้นอยู่ที่พัทยารู้จักกันในนาม “ทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา” ซึ่งเป็นนักแสดงคาบาเร่กลุ่มแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปิดการแสดงมานานกว่า 40 ปี ภายใต้นักแสดงชายล้วนที่ทำการแสดงครั้งแรกเมื่อปี 1974 ภายหลังได้รับความนิยมอย่างมากจนได้พัฒนาต่อยอดการแสดงโชว์มาจนถึงปัจจุบันนี้ ทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา กลายเป็นการแสดงโชว์ระดับเวิร์คคลาสติดอันดับ 4 ของโลกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนต้องมาสัมผัสให้ได้ซักครั้ง