คุณผู้อ่านอาจไม่ทราบว่า ประเทศไทยของเรามีชื่อโด่งดังในเรื่องการผ่าตัดแปลงเพศมาก มีชาวต่างชาติมากมายเดินทางเข้ามาเพื่อผ่าตัดโดยเฉพาะ โดยการผ่าตัดแปลงเพศในประเทศไทยมีราคาถูกมาก มีเพียงแค่ 70,000 บาท ก็แปลงเพศที่ประเทศไทยได้แล้ว

คุณผู้อ่านอาจไม่ทราบว่า ประเทศไทยของเรามีชื่อโด่งดังในเรื่องการผ่าตัดแปลงเพศมาก มีชาวต่างชาติมากมายเดินทางเข้ามาเพื่อผ่าตัดโดยเฉพาะ โดยการผ่าตัดแปลงเพศในประเทศไทยมีราคาถูกมาก มีเพียงแค่ 70,000 บาท ก็แปลงเพศที่ประเทศไทยได้แล้ว

เหตุใดการแปลงเพศในประเทศไทยจึงมีราคาถูก

มีนักศึกษาแพทย์จำนวนมากถูกสอนว่า ต้องคิดค่ารักษาให้สมเหตุสมผล ให้คนไข้ต้องจ่ายแพงเกินความจริง และต้องประเมินจากฝีมือของตนเป็นหลักด้วย จากการสั่งสอนนี้เอง จึงทำให้เกิดคตินี้ขึ้น พร้อมหนทางลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากการใช้ยาชารวมทั้งยาสลบที่ผลิตในประเทศไทย ตามคลินิกบางแห่ง และไม่จ้างวิสัญญีแพทย์ อีกทั้งยังไม่มีเครื่องมือครบครันเท่ากับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ นอกจากนี้แทนที่จะใช้ท่อสำหรับป้องกัน เพื่อไม่ให้เนื้อเยื่อส่วนอวัยวะเพศซึ่งเพิ่งผ่านการผ่าตัดกลับมาประสานกัน ซึ่งมีราคาสูงกว่า 15,000 บาท ก็เปลี่ยนมาเป็นแท่งแก้วแทน จากการตัดทอนลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้นี่เอง จึงทำให้ช่วยประหยัดเงินไปได้ถึง 40,000 – 50,000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับข้อดีของ การแปลงเพศราคาถูก คือ ทำให้คนข้ามเพศได้มีโอกาสแปลงเพศกันได้มากขึ้น เป็นจำนวนเงินที่สามารถเก็บกันได้ โดยเฉพาะผู้มีความต้องการในโซนเอเชีย ที่ไม่ได้รับเงินสนับสนุนเพื่อผ่าตัดแปลงเพศ ดังเช่นในประเทศตะวันตก และการแปลงเพศราคาถูก ก็จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน เนื่องจากไม่ว่ามีฐานะไหนก็มีสิทธิ์แปลงเพศได้ ถ้าตั้งใจเก็บเงิน โดยลูกค้าส่วนใหญ่ในประเทศไทย ก็มาจาก จีน , กัมพูชา , เวียดนาม , พม่า , มาเลเซีย , อินเดีย รวมทั้งเนปาล  นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเพศจากชายเป็นหญิงที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาล จะมีราคาหลักแสนต้นๆ เท่านั้น ซึ่งก็ยังเป็นจำนวนเงินพอเหมาะ หากแต่ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจากหญิงเป็นชาย จะมีขั้นตอนที่ยากกว่ามาก หากแต่ก็มีหมอระดับพระกาฬทำได้เช่นเดียวกัน โดยมีค่าใช้จ่ายหลักล้านต้นๆ

คุณสมบัติของผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ

  • ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป หรือ ถ้ามีอายุน้อยกว่า 20 ปี จำเป็นต้องมีจดหมายรับรองจากผู้ปกครอง หรือ นำผู้ปกครองมายืนยันที่คลินิคหรือโรงพยาบาล เพื่อรับทราบยินยอมการผ่าตัด
  • ใช้ชีวิตเป็นผู้หญิง หรือ เป็นผู้ชาย ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลามากกว่า 1 ปีขึ้นไป และต้องมั่นใจว่าตนเองมีความรู้สึกเป็นหญิงหรือชายมานานแล้ว และต้องเคยได้รับฮอร์โมนเพศหญิงหรือชายมาก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 1 ปี
  • ผ่านการประเมินสภาพจิตใจ รวมทั้งมีใบรับรองจากจิตแพทย์อย่างน้อย 2 ท่าน
  • สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์